รู้ไว้ซักหน่อยเถอะ เกี่ยวกับสุนัข พันธุ์ดุ
posted on 31 Aug 2008 21:45 by subbath in ExperiencEขอบคุณข้อมูลจาก
www.manager.co.th นะครับ
ก๊อบมาทั้งดุ้นเลย...>>ต้นตอ ครับ<<
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อมาปีพ.ศ. 2535-2541 “ร็อตไวเลอร์” ก็ก่อเหตุขย้ำคนโหดจนกลายเป็นศพนำแชมป์โด่งถึง 33 รายโดยมีอเมริกันพิทบูลตามมาห่างๆ 21 ราย เยอรมันเชพเพิร์ด 17 ราย และไซบีเรียนฮัสกี้ 15 ราย และแม้ที่ผ่านมาในบ้านเรายังไม่มีการเก็บสถิติอย่างจริงจังว่ามีผู้ ถูกสุนัขกัดปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนมากเท่าใด และสุนัขสุดโหดพันธุ์ไหนที่คร่าชีวิตคนไทยไปมากที่สุดเหมือนทางฝั่งอเมริกา แต่จากข่าวครึกโครมของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ที่มีอยู่อย่างมากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ส่งผลกระทบให้คนในสังคมน้อยใหญ่หันกลับมามองเจ้าตูบที่นอนเล่นนั่งเล่น อยู่ในบ้านของตัวเองอย่างไม่สนิทใจนัก โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์นักรบอย่าง “ร็อตไวเลอร์” ว่าจริงๆ แล้วความตาย-อันตรายที่ผ่านมานั้นจะทำให้เราตระหนักถึงมาตรการต่างๆ ที่จะจัดการหรือควบคุมเจ้าสุนัขได้อย่างไร เมโทรไลฟ์เล่มนี้ นอกจากจะพาไปค้นหาและนั่งซักถามกูรูถึงความหมายหลายมุมองของหมาสายพันธ์ใหญ่ อย่าง “ร็อตไวเลอร์” ว่าจริงๆ เขามีนิสัยสัญชาตญาณเป็นเช่นไร...? และถ้าเราต้องอยู่ร่วมกันในครอบครัว และสังคมนี้ ควรทำตัวกันอย่างไร เล่มนี้มีคำตอบ *********** นี่คือส่วนหนึ่งของข่าวที่เกี่ยวข้องกับร็อตไวเลอร์ - สลด!! ร็อตไวเลอร์ 2 ตัวรุมขย้ำ เด็กหญิงวัย 2 ขวบดับต่อหน้าแม่ สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ 2 ตัว รุมขย้ำหนูน้อยลูกครึ่งวัย 2 ขวบอย่างบ้าคลั่ง ดับต่อหน้าแม่ นสพ.ไทยรัฐวันที่ 14 ส.ค.2551 - หมามฤตยู ก่อเรื่องซ้ำอีก คราวนี้ หมาฆ่าหมา เจ้าสปิ๊ดกลายเป็นเหยื่อคมเขี้ยวร็อตไวเลอร์ โดนกัดท้องจนไส้ทะลัก ตายอนาถคาที่ต่อหน้าต่อตาเจ้าของเพื่อนบ้าน นสพ. เดลินิวส์วันที่ 26 ก.ย.50 - ร็อตไวเลอร์ผีสิง งับคอเด็ก ขย้ำตายสยอง! โดยลำคอเหยื่อมีรอยรูเขี้ยวนับสิบรอย บริเวณไหล่ทั้ง 2 ข้างไปจนถึงหน้าอกรวมไปจนถึงต้นขาขวา มีทั้งรอยเล็บและรอยเขี้ยวอีกนับไม่ถ้วน นสพ.ข่าวสดวันที่ 17 ธ.ค. 2551 - ร็อตไวเลอร์เครียด โหดก่อเหตุสยอง! ขยํ้า “เจ๊กิม” เศรษฐีธุรกิจกระเทียมดับคาบ้าน นสพ. เดลินิวส์วันที่ 24 ม.ค.2550 - ร็อตไวเลอร์หมาโหด ขย้ำน้องไอซ์ 3 ขวบหน้าเละ เย็บ 100 เข็ม นสพ.ไทยรัฐ 14 พ.ค. 49 - นครศรีฯ - ร็อตไวเลอร์ขย้ำเด็ก 9 ขวบ เจ็บสาหัส นสพ.เดลินิวส์ วันที่ 20 ต.ค.2548 ************* คู่มือสังเกตพฤติกรรม |
||||
เจตน์ศักดิ์ แสงสิงแก้ว กรรมการฝ่ายวิชาการร็อตไวเลอร์ กล่าวกับ Metro Life ว่า “สุนัขทุกๆ พันธุ์จริงๆ แล้วเป็นสัตว์ที่อยู่กันเป็นฝูงมาก่อน พอเปลี่ยนมาอยู่กับคนเขาต้องยอมรับคนเป็นจ่าฝูงหรือเป็นผู้นำของเขา ฉะนั้นหากจะผู้นำได้ต้องทำให้สุนัขยอมรับ เวลาเล่นหรือหยอกล้อต้องเล่นให้เป็นเช่น สมมติว่าเล่นชักเย่อเราต้องชนะอย่าแพ้ เพราะการเล่นของสุนัขนั้นเปรียบเสมือนการประลอง ว่าใครเหนือกว่าใคร แต่ว่าลึกๆ สุนัขจะดูว่าเราเป็นผู้นำได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้เด็ดขาด ต้องชนะให้ได้ถึงจะควบคุมได้ดี พฤติกรรมแต่ละช่วงวัย สุนัขพันธุ์นี้ถ้าอายุได้สองเดือนจะเล่นกับทุกคนชนิดที่ไม่ดุเลย แต่จะมีบางตัวแสดงความขี้โมโหชัดเจน เมื่อโตขึ้นมาหน่อย ประมาณห้าถึงหกเดือนก็ยังนับว่าเป็นลูกสุนัขอยู่ดี โดยความเป็นลูกสุนัขจะมีไปถึง 1 ขวบ พออายุมากกว่า 1 ขวบก็จะเทียบได้กับคนอายุประมาณ 18 ปี โดยนิสัยในช่วงอายุนี้จะออกห่ามๆ เข้าสู่วัยรุ่น ถ้าเล่นไม่ถูกต้องเจ้าของก็จะเจ็บตัว เพราะพละกำลังจะเยอะมาก ถ้าขวบกว่าเค้าจะเป็นผู้ใหญ่ นิสัยจะนิ่งไม่ค่อยยสุงสิงกับใคร นิสัย การสังเกตพฤติกรรมก้าวร้าวต้องดูเวลาให้อาหารว่าสุนัขหวงอาหารหรือ ไม่ถ้ากัดเจ้าของก็ถือว่าไม่ดี ต้องมีการฝึกหัดกันใหม่ ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้ต้องเลือกดูตั้งแต่ตอนซื้อมา อาจจะสอบถามจากเจ้าของคอก หรือควรดูสุนัขที่มีพฤติกรรมกลางๆ ไม่อ่อนแอหรือก้าวร้าวจนเกินไปและอีกประการหนึ่งต้องดูที่ใบเพ็ดดีกรี ซึ่งออกโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย (เป็นสมาคมเดียวที่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย) ซึ่งสุนัขร็อตไวเลอร์ที่เกิดในประเทศไทยจะต้องจดทะเบียนกับสมาคม ซึ่งสามารถสืบสาวได้ว่าต้นตระกูลสุนัขเป็นใคร เวลาที่มีการซื้อขายต้องลงชื่อโอนให้อย่างถูกต้อง ราคา มีหลายระดับโดยพ่อแม่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จากเยอรมัน โดยถ้าพ่อ แม่นำเข้าทั้งคู่ ส่วนมากแล้วจะมีการฝึกมาหลายขั้นตอน เช่น ฝึกให้อารักขาระดับสาม แล้วแม่อยู่ในระดับเดียวกัน ราคาจะอยู่ที่ประมาณสามหมื่นบาทขึ้นไป การฝึกสอน สำหรับการฝึกสอนโดยสอนทั่วๆ ไป คือสอนให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง ช่วงสามเดือนถึงหกเดือนเป็นช่วงที่สำคัญมากๆ ที่จะให้เขารู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ อีกอย่างคือฝึกไม่ให้สุนัขหวงอาหาร สอนให้อาหารคือให้นั่งนิ่งๆ และคอยก่อนกิน แล้วเขาจะรู้ว่ามือเราที่ยื่นอาหารให้เป็นมือที่ให้ไม่ใช่มือที่แย่งอาหาร ส่วนเรื่องที่สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งกับพฤติกรรมกัด เด็ก จนบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ถึงกับชีวิต โดยทางกรรมการฝ่ายวิชาการชมรมร็อตไวเลอร์ ได้พูดถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กถูกกัดให้ฟังว่า “ปัญหาสุนัขกัดเด็กอันนี้มันจะมีปัญหามากโดยเฉพาะมันเกิดจากความไม่ พร้อมในการเลี้ยงดูของคนในครอบครัวที่มีเด็ก เด็กเล็กส่วนใหญ่อยากเล่นกับสุนัขแต่เล่นไม่เป็น บางทีก็กระตุกหู หาง ถ้าสุนัขที่ไม่คุ้นเคยกับเด็กก็อาจโมโหโกรธหรืออาจจะกัดเอา สุนัขจะฝังใจว่าเด็กเข้ามาเล่นด้วยทีไรเจ็บทุกที ยิ่งเวลาไม่มีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านเขาอาจจะกัดได้ ทางที่ดีอย่าให้เด็กไปเล่นอย่างไม่ถูกวิธี อย่างน้อยต้องฝึกให้เขาคุ้นเคยกับคนในบ้านโดยเฉพาะเด็กเล็ก” ************** “ร็อตไวเลอร์” ปีศาจที่ฝึกฝนได้ |
||||
มีสุนัขพันธุ์ใดบ้างไหมที่ไม่สามารถจะฝึกไว้ใช้งานหรือกระทั่งฝึกให้เชื่องได้เลย สุนัขทุกสายพันธุ์ฝึกได้หมดครับ แต่ในกรณีสุนัขดุร้ายอย่างร็อตไวเลอร์ ซึ่งเป็นสุนัขที่มีพละกำลังมาก แรงขบของฟันจะรุนแรง เป็นหมาสายพันธุ์จากเยอรมนีที่ปกติใช้เพื่อต้อนฝูงวัวโดยเฉพาะ และต้องสังเกตว่าวัวนั้นมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นใครที่โดนแรงชาร์จของมันก็เหมือนกับถูกรถยนต์ชนเลยทีเดียว ฉะนั้นเขาจึงเหมาะกับงานหนักๆ โหดๆ ที่ต้องออกกำลังกายทุกๆ วันเท่านั้น จากการที่คลุกคลีกับการฝึกสุนัขมาหลายสายพันธุ์ จริงๆ แล้วร็อตไวเลอร์มีนิสัยอย่างไร ฉลาดแต่ค่อนข้างขี้หงุดหงิด ตามสัญชาติญาณร็อตไวเลอร์เป็นสัตว์ป่า มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง แต่เมื่อคนนำมาเลี้ยงในบ้าน สุนัขก็คิดว่ามนุษย์ก็เป็นฝูงเดียวกัน ฉะนั้นเขาจะจัดอันดับความสำคัญของบุคคลที่อยู่ในบ้าน อย่างคนที่อ่อนแอที่สุดเช่นเด็กเล็กๆ ก็จะสำคัญเป็นลำดับสุดท้าย เคยมีตัวอย่างว่าร็อตไวเลอร์ตัวหนึ่งกัดคนในบ้านหมดเลย เมื่อสืบประวัติดู พบว่าสุนัขตัวนี้เป็นตัวผู้ คนที่เลี้ยงไม่เคยดุ ชอบเอาใจ และเป็นผู้หญิงหมดทุกคน มันถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นจ่าฝูง จนสุดท้ายแค่ไปหยิบจานข้าวของเขาก็เป็นเรื่องแล้ว ปัญหาจึงเกิดขึ้น อายุสุนัขที่เหมาะสมในการฝึกใช้งานควรเป็นเท่าไร และคอร์สฝึกหนึ่งๆ นั้นกินเวลานานมากน้อยเพียงใด ประมาณ 1 เดือนครึ่งหลังจากหย่านมแม่ เพราะว่าการฝึกตั้งแต่ยังเล็กๆ จะให้ผลดีกว่า เขาจะเชื่องมากกว่า เราจะใช้ลักษณะของผู้เป็นแม่สุนัขในการฝึกเหมือนกัน เช่นเวลาที่เขาทำอะไรไม่พึงประสงค์เราก็จะออกคำสั่งว่า “ไม่” แล้วก็ยกคอเขาขึ้นมา เลียนแบบพฤติกรรมการคาบคอของแม่สุนัข การฝึกสุนัขจึงไม่ใช่เรื่องยาก เราสามารถทำด้วยตนเองได้ สุนัขจำเป็นต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานเช่น นั่ง หมอบ คอย วิ่ง ยืน โดยใช้สัญญาณมือ ต่อมาก็ฝึกขั้นสูงเช่นงานอารักขา เฝ้าโกดัง สั่งให้โจมตีเมื่อคนร้ายเข้ามาเกินพื้นที่ที่กำหนด และฝึกไม่ให้กินอาหารตกหล่นหรืออาหารของคนแปลกหน้า ทั้งหมดกินระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งมีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่สามารถฝึกขั้นนี้ให้สุนัขได้ เพราะจะอันตรายมาก |
||||
************ เพลง Soft Rock ลดความดุของ “ร็อตไวเลอร์” |
||||
การเปิดดนตรีคลาสสิกให้คุณแม่ที่ท้องฟัง เด็กออกมาจะฉลาด เปิดเพลงบรรเลงดนตรีให้ดอกไม้ฟังดอกไม้ก็จะบานสะพรั่งเต็มต้น จะตลกอะไรเล่า...ถ้า “อนุพันธ์ บุญชื่น”จะแนะนำคนเลี้ยงหมาดุๆ ว่าให้เปิดเพลง Soft-Soft ของวง LOSO BODYSLAM อัสนี วสันต์ บีจี สกอร์เปี้ยน ให้ฟังมันจะลดความก้าวร้าวของสุนัขดุๆ ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ถ้าคุณความจำดีสักหน่อย จริงๆ แล้วคนที่เสนอแนวความคิดเขาไม่ได้เป็นคน “โลว์โพรไฟล์” ที่ไหน อนุพงษ์คือดีเจจาก www.dogradiothailand.com (ปัจจุบันเขาย้ายมาสู่วิทยุแล้วกับคลื่น 104.75) เป็นผู้บุกเบิกการพูดภาษาหมา (คือเห่าแทนพูดภาษาคนจัดรายการ) และเปิดเพลงให้คุณ-สุนัขได้ฟังชื่อดังที่ทั้งคน-หมาติดกันงอมแงม เจ๋ง...ขนาดที่เคยออก CNN NHK และทีวีฝรั่งมาแล้วค่อนโลกเลยทีเดียว “ตลอดระยะเวลาจากการเก็บข้อมูลมากว่า 2 ปี ผมพบว่าพอเปิดเพลงให้สุนัขฟังเชื่อหรือเปล่าเพลงที่มีดนตรี เนื้อเรื่องดีและเหมาะกับเขาสามารถลดปัญหาสุนัขดื้อ ดุ และก้าวร้าวได้จริงๆ โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่ ดุร้าย ซึ่งก็ไม่ใช่ “ร็อตไวเวอร์” เท่านั้น สุนัขโหดๆ อย่าง พันธุ์พิทบูลเทอเรีย กระทั่งหมาบางแก้ว” ที่ใครๆ ว่าดุนักหนา แม้แต่สุนัขสายพันธุ์เล็กที่ดุๆ ทฤษฎีของ ดีเจอนุพงษ์การันตีว่าได้ผลชะงัดนักแล สำหรับเรื่องหลักในการเปิดเพลงเพื่อบำบัดความดุร้ายสุนัขนั้น ดีเจอนุพงษ์บอกว่า สามารถแบ่งใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท ก็คือ เพลงของสุนัขพันธุ์เล็ก กับเพลงของสุนัขพันธุ์ใหญ่ ซึ่งเขาก็จะฟังศิลปินและแนวเพลงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “จริงๆ ผมพบว่า “หมาพันธุ์ใหญ่” เขาชอบฟังเพลงที่มีความหนักแน่น คือ เสียงของคนร้องของเพลงนั้นๆ ต้องใหญ่ๆ ดนตรีก็ต้องใช้จังหวะแน่นๆ เพื่อให้เหมาะกับตัวมัน (หมายถึงหมาพันธุ์ใหญ่) เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ หมาพันธุ์ใหญ่จะชอบเพลง Soft rock เช่น เพลงของ LOSO อัสนี-วสันต์ BODYSLAM หรือถ้าเป็นเพลงฝรั่งน่าจะเป็นเพลงสไตล์ บีจี สกอร์เปี้ยน ซึ่งสกอร์เปี้ยนได้หลายเพลง” ดีเจอนุพงษ์หัวเราะและย้ำว่า แต่เพลงสำหรับหมาใหญ่ต้องเป็นสไตล์ที่ไม่รุนแรงนะ เช่น เพลงหนุ่มบาว-สาวปาน หรือเพลง “ขอนไม้กับเรือ” ของบ่าววี ซึ่งหมาพันธุ์ใหญ่ๆ ดุๆ จะชอบมาก แต่หากเป็นเพลงจังหวะแรง-เร็วมากๆ เขาจะไม่เอา ถ้ามันได้ยินก็จะวิ่งหนีเลย คือแสดงจุดยืนว่าฉันไม่ชอบฟังแล้วจะฉุนเฉียวชัดเจน |
||||
ล่าสุด อนุพงษ์ยกตัวอย่าง เพลงที่ “อิน” ซึ่งในปัจจุบันคนรีเควสต์โทร.ขอให้สุนัขใหญ่ที่ดุๆ ฟังมากที่สุดก็คือเพลง “เก็บปากไว้กินข้าว” ของศิลปินนากา “นักร้องนำนากาเป็นพี่ของเสก LOSO ครับ แล้วเสียงอะไรเหมือนกับ LOSO เลย (หัวเราะ) อันนี้เขาจะชอบมากๆ โดยเฉพาะหมาสายพันธุ์ใหญ่ที่ดุ โดยเฉพาะอาเซเชียน โดเบอร์แมน ร็อตไวเลอร์ฟังแล้วเขาจะร้องหงุง-หงิงตาม” สาเหตุที่รู้ว่าเพลงไหนเหมาะกับสุนัขใหญ่ๆ และมีนิสัยดุนั้น อนุพงษ์ก็บอกว่า เวลาที่คนโทร.มาขอเพลงกับผม ผมจะถามเขาว่าขอให้หมาสายพันธุ์อะไร ซึ่งร้อยละ 99 % จะเป็นหมาพันธุ์ใหญ่ที่ดุๆ ทั้งนั้น โดยคนที่โทร.มาขอเขาก็บอกว่าเปิดเพลงนี้ให้ฟังทีไรมันก็จะชอบมาก (หัวเราะ) ที่สำคัญปรากฏว่าจากที่มันเคยก้าวร้าวก็กลับมาอ่อนโยน น่ารักขึ้น “อย่างเพลงของ “ติ๊ก-ชีโร่” อันนั้นหมาใหญ่จะไม่ค่อยอิน เพราะว่ามันมีท่อนที่ร้อง แฮ่ แฮ (หัวเราะ) คือเสียงมันจะแหลมไป ซึ่งถ้าเป็นเสียงแหลมๆ มันหอน” แต่ปรากฏว่าพอมาเป็นเวอร์ชันที่อัสนีเอามาทำดนตรีและร้องใหม่ ดีเจอนุพงษ์บอกว่า หมาใหญ่มันจะชอบฟังกว่า (หัวเราะ) เพราะเสียงมันจะไม่แหลม ซึ่งวันหนึ่งคนเลี้ยงหมาจะโทร.มาขอเราหลายสิบสายบอกว่าเปิดแล้ว สุนัขกระดิกหาง เห่าหอนตาม หลังจากนั้นพฤติกรรมที่ดุๆ เห่าไม่เลือกก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ นอกจากนี้ เมื่อลองเทียบกันระหว่างสุนัขพันธุ์เล็กและสุนัขพันธุ์...? ใหญ่แล้ว สุนัขพันธุ์ใหญ่จะมีพัฒนาการดีกว่าหมาเล็ก “เมื่อลองเทียบกันระหว่างเปิดเพลงให้“ร็อตไวเลอร์” และ “พุดเดิล” ฟัง หมาพันธุ์แรกจะได้ผลมากกว่า คือการเปิดเพลงให้ร็อตไวเลอร์ฟังนั้นสามารถทำให้จิตใจเขาดีขึ้นไม่ดุร้าย ไม่ก้าวร้าว ได้ผลดีกว่า “พุดเดิล” อย่างไรก็ดีต้องไม่ลืมว่า คุณก็ต้องเลือกให้เหมาะกับเขา ที่สำคัญคุณต้องเปิดเพลงให้เขาฟังในเวลานั้นๆ ซ้ำๆ เพลงแบบที่ผมแนะนำเป็นประจำผมว่าจากพฤติกรรมที่ดุๆ เขาจะอารมณ์ดี ไม่กัด ไม่ฆ่าคนเหมือนในข่าวแน่นอน” DJ ขวัญใจหมาสรุป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนเลี้ยงหมาดุๆ น่าจะนำไปปรับใช้ได้...! แต่ทางที่ดีก็หมุนหน้าปัดไปที่คลื่นวิทยุชุมชน 104.75 และรีเควสต์เพลงโปรดของสุนัขตัวโปรดของคุณกับ ดีเจอนุพงษ์ได้วันเสาร์-อาทิตย์ 8โมง-10โมงเช้านะครับ เพลงที่จะลดความก้าวร้าว มีปัจจัยอะไรบ้าง 1. เพลงนั้นๆ ต้องเหมาะกับสิ่งแวดล้อม และเหมาะกับสิ่งที่มันเป็น เช่น หมาสายพันธุ์ใหญ่ควรจะเปิดที่มีองค์ประกอบครบเครื่อง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือเพลงนั้นๆ ต้องไม่ใช้เพลงที่แรงเร็วเกินไปกล่าว คือสังเกตง่ายๆ ว่าถ้ามันวิ่งหนีแสดงว่าไม่แฮปปี้ครับ 2. เพลงที่เปิดนั้นๆ วอลุ่มต้องไม่ดังหรือเป็นเพลงที่มีจังหวะรุนแรงจนเกินไป ที่สำคัญควรเป็นเครื่องเสียงชั้นดี ไม่เช่นนั้นเสียงร้องและเครื่องดนตรีจะออกมาก๊องแก๊ง แหลมๆ ซึ่งหมาไม่ชอบ 3. ต้องเป็นเพลงที่เหมาะกับหูของมัน ถ้าเป็นหมาใหญ่มันจะต้องเป็นเพลง Soft rock ที่ไม่เน้นเสียงแหลมของดนตรีและคนร้องมากจนเกินไป 4. แต่เป็นหมาเล็กก็เป็นเพลงผู้หญิงร้อง เบาๆ เมโลดีสบายๆ เช่น เพลง Love Song ทั่วๆ ไป รู้หรือเปล่าว่า เพลงช่วยให้สุนัขมีอารมณ์ทางเพศ นอกจากเพลงมันบิลด์อารมณ์ให้สุนัขดุๆ ได้มีอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ดีเจอนุพงษ์ยังพบว่าเพลงยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้สุนัขเพิ่มอารมณ์ให้ คึกคัก หลังจากหมาเขาได้กลิ่นหมาตัวเมียได้ดีอีกด้วย “เพลงที่ผมทำการวิจัยและปรากฏว่าได้ กระตุ้นทำให้หมา “กุ๊กกิ๊กๆ” มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งหากหมาคุณเป็นพันธุ์ “ร็อตไวเลอร์” “อาเซเชียน” “บางแก้ว” ผมแนะนำที่มันดุเหมาะมากๆ มีปัญหา น่าจะเป็นเพลง “Always Somewhere” ของ Scorpions คือเพลงนี้เมโลดีมันจะสวยงาม และต่อเนื่องดีครับ” ************ น้อยหน่ากับสุนัขในการ์ตูน |
||||
“ที่ผ่านมาผมยังไม่ค่อยเห็นนักเขียนการ์ตูนไทยและต่างชาติเลือก “ร็อตไวเลอร์” มาวาดเป็นการ์ตูนเลยนะ เห็นมีแต่หมาพันธุ์อื่นๆ เช่น บางแก้ว ลาบราดอร์ ดัลเมเชียน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นหมาที่ถูกสร้างให้ออกมามีบุคลิกๆ สนุกๆ ไม่ค่อยมีภาพโหด-ร้ายอย่างในข่าวที่ฆ่าคนตายให้คนอ่านได้เห็น” สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ น้อยหน่าวิเคราะห์ว่า เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเห็นหมาเป็นแค่สัตว์ แต่หากคิดว่าเขาเป็นเพื่อนรักกับคนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นบทบาทของสุนัขในการ์ตูนต่างชาติที่ผ่านมามีบทบาท ก็มีแต่ไม่ถึงกับมีมากอย่างการ์ตูนดังเรื่อง “ไอ้เขี้ยวเงิน” “แต่ก็อย่างที่ผมบอกแหละครับว่าปัจจุบันคนไม่ได้เห็นว่าหมาเป็นหมา (หัวเราะ) แต่เขารู้สึกว่าหมาเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคนในครอบครัว ดังนั้นการที่นักเขียนทั้งไทยและเทศต่างๆ จะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับหมาให้ออกมาดุร้าย ก็ต้องคิดหนักๆ เพราะส่วนใหญ่ในโลกที่รักหมาเช่นนี้ มันก็จะไม่ค่อยได้รับความนิยม” น้อยหน่าบอกว่า พูดง่ายๆ คนไม่ “อิน” เหมือนกับตอนที่วาดภาพของหมาที่น่ารักๆ ให้มันออกมาดูน่ารัก ขี้เล่น ซน และรักเจ้าของ “อย่างตัวละครหมาที่ผมวาดในการ์ตูนมหาสนุกที่ผมวาดเป็นแก๊กขำๆ ซึ่งก็ไม่ใช่พันธุ์ร็อตไวเลอร์หรอกนะครับ ผมเลือกจากจินตนาการอย่างพันธุ์ชิห์สุผสมกับพุดเดิลวาดแล้วตั้งชื่อมันว่า เจ้า “มะลิ” บุคลิกเขาก็จะเป็นสุนัขน่ารักๆ ตัวเล็กๆ ที่จะมาช่วยสร้างอารมณ์ขันให้กับผู้อ่าน ถึงแม้จะเป็นแค่ตัวประกอบก็เถอะ สุดท้ายเขาฝากว่า สุนัข คือสัตว์เลี้ยงของคนและเป็นเพื่อนที่ดีกับคนแน่นอน ถ้าเราเลี้ยงดูเค้าด้วยความรักและเข้าใจเค้า ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ไหน หรือสัตว์ชนิดใดในโลก เขาก็มีหัวใจและเค้าย่อมพร้อมที่จะมอบความรักให้อยู่เสมอด้วย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์กับสัตว์ หรือสัตว์กับมนุษย์ หรือแม้กระทั่งสัตว์ในจินตนาการก็ตาม” *************** รับมือร็อตไวเลอร์อย่างไร !? |
||||
1. ศึกษาข้อมูลของสุนัขให้ถี่ถ้วน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดและจะต้องคิดเสมอว่าร็อตไวเลอร์คือสุนัขอันตราย ที่จำเป็นต้องมีการควบคุมอย่างพิเศษ โดยทักษะความรู้ในการควบคุมสุนัขพันธุ์นี้เป็นสิ่งที่ผู้ที่เลี้ยงจะต้อง ศึกษาอย่างละเอียดและปฏิบัติตามให้ได้ เพราะสาเหตุของความสูญเสียส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทละเลย ปราศจากการฝึกฝนควบคุมรวมไปถึงการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง 2. สร้าง “กฎของฝูง” สร้างเงื่อนไขให้สุนัขรู้ว่าใครคือ “จ่าฝูง” ใครคือ “ลูกน้อง” สอนให้สุนัขเรียนรู้ว่าเมื่อมีคำสั่งต่างๆ จะต้อง “ฟัง” และทำตาม 3. สร้างความคุ้นเคย ให้ความรักความเอาใจใส่ รวมไปถึงความคุ้นเคยในคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งห้ามหรือสั่งให้หยุดนิ่ง จะทำให้สุนัขเรียนรู้และจดจำ ไม่ตื่นเต้นตกใจง่าย โดยคิดเหมาเอาว่าเราเป็น “เหยื่อ” หรือสิ่งเร้าของมัน 4. ห้ามประมาท ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อเกิดปัญหา ต้องควบคุมสติให้ดีและแก้ปัญหาที่ตัวสุนัขก่อน การแก้สถานการณ์เบื้องต้น เมื่อเจอเหตุการณ์ร้ายแรงแบบปัจจุบันทันด่วน 1. ดูว่าสุนัขที่กำลังทำร้ายคนอยู่ในภาวะใด ผู้ที่เป็นเหยื่อ ตกอยู่ในภาวะใด เรามีความเป็นนายหรือมีอำนาจเหนือกว่าสุนัขตัวนั้นหรือไม่ 2. พยายามทำให้สุนัขตัวที่กำลังทำร้ายคนนั้นตกใจ และเสียสมาธิ โดยการใช้น้ำ สาดเข้าไปที่หน้าของสุนัข และ“ห้าม” ส่งเสียงดังเอะอะใดๆ ทั้งสิ้น การเอะอะโวยวายจะเป็นการกระตุ้นสุนัขให้ทำการรุนแรงและต่อเนื่องยิ่งขึ้น 3. เมื่อสุนัขตกใจจากน้ำที่ถูกสาดเข้าไปที่ใบหน้าแล้ว ให้เข้าควบคุมสุนัขทันที โดยเปิดหรืองัดปากแล้วจับคอสุนัขให้มั่นคง จากนั้นกดลงกับพื้นจนกว่าสุนัขจะสงบนิ่ง (มีโอกาสสูงที่สุนัขจะเข้าทำการโจมตีอีกครั้งหนึ่งเมื่อคุณเผลอ เพราะมันอาจจะคิดว่าคุณ กำลังเล่นเกมกับมัน) หากเราเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เผชิญหน้าอย่างจัง เช่นเป็นไปได้ว่า สุนัขจะทำร้ายเรา พันตำรวจโทชัชชัย เศรษฐีพันล้าน ครูฝึกสุนัขก็มีวิธีปฏิบัติตัวมาฝาก ดังนี้ 1. เดินเลี่ยงไปเลยจะดีที่สุด เพราะเราไม่เคยเลี้ยงและไม่รู้จักมัน หากเดินหนีไปโทงๆ ไม่ได้ ให้สังเกตพฤติกรรมของมันก่อนว่าพร้อมที่จะต่อสู้หรือป้องกันตัวหรือไม่ อาการที่ว่าก็เช่น ตาขวาง ขนพอง หูตั้ง ปากหุบ เป็นต้น 2. สิ่งสำคัญที่สุด คือถ้าสุนัขขู่และมองหน้า ห้ามหลบตาและเดินหันหลังให้มันเด็ดขาด เพราะเป็นไปได้ง่ายที่มันจะลอบโจมตี หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า “หมาลอบกัด” นั่นเอง โดยสิ่งที่ต้องทำก็คือชำเลืองมองตาแล้วค่อยๆ ฉากหนีไป แต่ถ้ามันยืนยันจะเข้ามาทำร้ายก็ให้ตะโกนขู่ดังๆ อย่างเช่นคำว่า “ไม่” จะสามารถทำให้มันหยุดและล่าถอยไปในที่สุด 3. ถ้าโดนกัดหรือรุมทำร้าย ต้องหยุดอยู่นิ่งๆ กับที่ ไม่ดิ้นรนหรือต่อสู้ หากทำเป็นแกล้งตายได้ก็นับว่าดีทีเดียว เพราะจะทำให้มันลดกำลังความรุนแรงลง ฟังดูคล้ายๆ กับนิทานสองเกลอเจอหมี คล้ายกับการฝึกสุนัขตำรวจคือถ้าคนร้ายหยุดอยู่กับที่ สุนัขก็จะไม่ทำร้ายต่อ (แต่ส่วนใหญ่ก็วิ่งกันป่าราบทั้งนั้น ผลที่ตามมาคือโดนสุนัขตำรวจไล่กัดจนยับทั้งตัวทีเดียว) เรื่องน่ารู้ - สุนัขสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่ในกรงได้ โดยไม่เครียด ถ้าหากกรงที่ขังเค้า มีลักษณะเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ได้แก่ มืด เงียบ เย็น และมีขนาดพอดีตัวให้เค้า “หลับ” และรู้สึกได้ถึง ความปลอดภัย สุนัขจะชอบเข้ากรงและไม่รู้สึกต่อต้าน ดังนั้นความเชื่อว่าสุนัขที่อยู่ในกรงมักจะดุและชอบทำร้ายมนุษย์จึงนับว่า เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก - โดยปกติแล้วอาหารการกินนั้นจะไม่ส่งผลต่อลักษณะนิสัยส่วนตัวของสุนัข ดังนั้นความเชื่อที่ว่าสุนัขกินอาหารหวานๆ หรือเนื้อดิบแล้วจะยิ่งดุก็ไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน เพราะความดุร้ายและก้าวร้าวของสุนัขนั้นได้รับอิทธิพลมาจากสายพันธุ์และการ เลี้ยงดูมากกว่า นอกจากนั้นแล้วเนื้อดิบยังเป็นอันตรายกับสุนัขมากอีกด้วย -โดยส่วนใหญ่สุนัขเองไม่ได้มี “เจตนา” ที่จะทำร้ายเหยื่อจนถึงตายอย่างที่ปรากฏผลออกมานี้ เพียงแต่สุนัขกำลังเล่นเกม เกมหนึ่งตามความชอบ แต่แล้วสิ่งเร้าที่รุนแรงอันได้แก่เสียงกรีดร้อง เสียงเอะอะโวยวายอย่างตื่นตระหนก และอาจจะมีกลิ่นของเลือดเข้าไปกระตุ้นสัญชาตญาณก็ทำให้สุนัขนึก “สนุก” มากยิ่งขึ้น จึงมีการแสดงออกรุนแรงและต่อเนื่องมากขึ้นจนกระทั่งเหยื่อเสียชีวิต - สุนัขที่มีความดุร้ายเกินกว่าที่จะควบคุม จำเป็นต้องทำลาย ปกติแล้วจะเลือกใช้วิธีทำให้หลับไป *********** “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร” เกี่ยวกับ “สุนัข” ที่ควรรู้ |
||||
สำนักงานเขต โดยหากเป็นสุนัขพันธุ์ดุ เช่น ร็อตไวเลอร์หรือพิทบูล ก็จะขึ้นทะเบียนเป็น “สุนัขควบคุมพิเศษ” ซึ่งรวมถึงสุนัขที่มีประวัติทำร้ายคนด้วย โดยการจดทะเบียนนี้มีผลเช่นเดียวกับคน คือ หากมีการเกิด ตาย และย้ายที่อยู่ เจ้าของต้องแจ้งให้ กทม. ทราบ (2) การควบคุมการเลี้ยงสุนัข เพื่อประโยชน์ของสุนัขระบุให้เจ้าของต้องจัดสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสม รวมถึงต้องดูแลไม่ให้เจ้าตูบก่อเหตุรำคาญเดือดร้อน หรือถ้าสุนัขไปแว้งกัดชาวบ้าน เจ้าของต้องแจ้งให้เขตทราบ หรือไม่ทาง กทม.ก็สามารถตามตัวเจ้าของได้จากชิปนี่เอง อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของที่สุดทนกับสุนัขของตน และต้องการหาเจ้าของใหม่ ข้อบัญญัติระบุไว้ว่าอาจมอบให้ กทม.ได้ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูด้วย ที่สำคัญคือห้ามปล่อยทิ้งเด็ดขาด (3) การนำสุนัขออกจากสถานที่เลี้ยง ตามปกตินอกจากเจ้าของต้องพกบัตรประชาชนตัวเองแล้ว ยังต้องพกบัตรของสุนัขไปด้วย อีกทั้งยังต้องมีสายจูงเพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง และในกรณีเป็นพันธุ์ดุ ต้องมีตะกร้อครอบปากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ท่านอาจโดนปรับในวงเงินไม่เกิน 5 พันบาท ************ หน้าตาของสุนัขพันธุ์ควบคุมพิเศษ 1. อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรียร์ |
||||
************ 2. บูลเทอร์เรีย |
||||
|
||||
3.ฟิล่า บราซิลเลียนโน
|
------------------------------------------------
จะว่าไป ผมเลี้ยงทั้งพิทบูล และ ร็อตไวเลอร์ เลยนี่หว่า...
edit @ 31 Aug 2008 21:50:32 by SuBBatH

















•~กุ๊ดจี่ Can Fly~•

#1 By Shoda on 2008-08-31 22:01