หลังจากงานที่เข้ามากำลังจะผ่านพ้น

กระพ้มเองก็จะได้ลั้นลาอีกครั้ง...

 

หลังจากเริ่มมีเวลา จะพยายามแก้ตอนที่เหลือให้มีเนื้อหามากขึ้น

จริงๆ ตอนที่ ๓ นี้ ถ้าใครเคยอ่านแล้่ว

จะพบว่า มันมีเนื้อหามากขึ้น

คือ...ผมพยายามใช้ช่องว่างเวลาเพียงน้อยนิดแก้ไขมัน

 

มันอาจจะยังไม่ดีมาก แต่ก็จะทำให้ดีขึ้นนะครับ...

 

 

=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=

 

ตอนที่ ๓ สายใยกับสายเลือด

 

        ~~~หลังจากที่ริกิได้มีชีวิตคู่อันน่าอิจฉาที่สุดแล้ว สวรรค์คงมิอยากให้ริกิมีความสุขนานกระมัง ถึงได้สร้างเรื่องราวร้ายๆ ที่จะทำให้ชีวิตริกิต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

        แม้เรื่องราวจะผ่านไปนานเป็นปี แต่ท่านโชกุนก็ยังสงสัยในตัวริกิไม่เคยจางหายไป ประกอบกับได้รับข่าวรายงานว่า พวกนินจา สามารถใช้วิชาที่เหนือกว่าพลังจิตได้ นั่นคือ “พลังเนตร” แค่เพียงมองผู้ใด ก็สามารถจะฆ่าผู้นั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เป็นวิชาที่ก้าวเหนือพลังจิตที่เรียกว่า “อิน” ของนินจาขึ้นไป ซึ่ง มันเป็นข่าวที่น่ากลัวสำหรับท่านโชกุน เพราะ เท่ากับว่าการที่นินจาจะลอบสังหารซามูไรซักคนก็มิใช่เรื่องยากเย็นอะไรอีกต่อไป แล้วซามูไรเยี่ยงท่านจะยอมได้หรือไร....

 

        และนี่ ก็จะเป็นบททดสอบว่า ริกิเป็นซามูไรหรือนินจา

        ท่านโชกุน จึงสั่งให้ริกิ นำกำลังซามูไรไปทำลายหมู่บ้านนินจาเสีย

 

        ริกินั้น ทั้งหนักใจทั้งกังวล ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี เพราะว่า จะขัดคำสั่งท่านโชกุนก็คงไม่ดีนัก แต่จะหันไปฆ่าพี่น้องนินจาด้วยกัน ก็คงทำไม่ได้ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดีจริงๆ

 

        นามิ ด้วยความที่เป็นภรรยาที่ดี ก็สังเกตุเห็นสามีตัวเองกังวลใจ แต่มิทราบได้ว่าเรื่องอะไรกัน จึงได้ลองถามดูว่า

 

        “ท่านพี่ ข้าเห็นนะว่าท่านพี่กำลังเครียด มิทราบว่าท่านพี่เครียดเรื่องอันใดกัน เครียดที่จะต้องสู้รบกับพวกนินจาหรือ?”

 

        ริกิ ได้ยินภรรยาตัวเองถาม ใจนึงก็อยากจะปรึกษา แต่อีกใจก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ ก็ได้แต่ลังเลที่จะตอบ แต่สุดท้ายก็ตอบเป็นนัยไปว่า

 

        “น้องเรา หากมีใครสักคนสั่งให้เราฆ่าพี่น้องของตัวเอง เจ้าจะเครียดไหม?”

 

        นามินั้นมิใช่คนโง่ เพียงแค่คำพูดสั้นๆแค่นี้ ก็พอจะเข้าใจแล้วว่า สามีตัวเองมิใช่ซามูไรดั่งที่คิดไว้ แต่เป็นนินจาที่ปลอมตัวมา ใจนึงก็นึกกลัว แต่อีกใจนึงก็รัก เพราะว่า ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ริกิมิเคยทำสิ่งใดให้นามิต้องขุ่นเคืองใจเลยแม้แต่น้อย มิไปเมามายเหมือนซามูไรทั่วไป ไม่มีการนอกใจเกิดขึ้นเลย ไม่เคยดุด่าว่าให้นางต้องเจ็บช้ำน้ำใจดั่งชายธรรมดาเลยสักครั้ง มีแต่ความรัก และความเข้าใจที่ให้กันตลอดมา.....

 

        กลับกลายเป็นว่า นามิเอง ก็ต้องเลือกเช่นกัน ระหว่างสามีที่ฐานะยังครุมเครือ แต่มิเคยทำสิ่งใดให้ขุ่นข้องหมองใจ กับบิดาผู้ให้กำเนิดมา เธอก็ต้องเลือกว่าจะบอกบิดาหรือไม่ ว่าริกินั้น เป็นนินจาสวมรอยมา มันคือความปลอดภัยของบิดาเช่นกัน แต่ถ้าบอก ริกิจะต้องโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ และ ดีชั่วเช่นใด เขาก็เป็นสามีของเรา....

 

        ความเครียดจับลงไปในจิตใจของสามีภรรยาคู่หนึ่งจนสุดใจ......

 

        อีกด้านหนึ่ง ที่หมู่บ้านนินจา ที่ตระกูลของริกิ “โทบิ” แฝดผู้น้องของริกิ ได้ฝึกวิชา “เนตรเผาโลหิต” สำเร็จแล้ว ด้วย “กฏการสืบทอดวิชา” สิ่งที่ริกิเกลียดที่สุดคือสิ่งนี้แหละ

 

        กฎการสืบทอดวิชา ของวิชาเนตร คือ สังหารคนในครอบครัวด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบัน ครอบครัวของริกิ ก็มีแต่โทบิกับบิดาเท่านั้น นั่นหมายความว่า โทบิต้องสังหารบิดาตนเพื่อให้ได้มาซึ่งวิชาเนตรอันร้ายกาจ

 

        แต่ตัวโทบิเองนั้น ก็มิได้ต้องการจะสังหารบิดาของตนเลย แต่เนื่องจาก บิดานั้น ล้มป่วยอย่างรุนแรง อาการสาหัสเสียแล้ว มิอาจจะรักษาให้หายได้ ทำได้เพียงแค่ยื้อชีวิตออกไปวันๆ บิดาของโทบิจึงบังคับโทบิให้สังหารตน เพื่อเบิกวิชาเนตรให้ได้

 

        ทำไมถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้?

 

        คำตอบคือ เพราะวิชาเนตรนั้น เป็นวิชาที่พัฒนามาจากวิชาแห่งจิต แต่เหนือกว่าจิตหลายเท่านัก จำเป็นต้องกระตุ้นพลังแห่งจิตส่วนลึกที่สุด ด้วยการทำให้สะเทือนอารมณ์ตัวเองถึงที่สุด จึงจะดึงพลังแห่งจิตขั้นสูงนี้ออกมาได้ และ สิ่งที่ทำได้มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น หนึ่งในนั้นก็คือ สังหารคนในครอบครัว

 

        โทบิผู้เป็นแฝดน้องของริกินั้น ความเก่งกาจก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าพี่ชายเลย บ่อยครั้งที่ริกิกับโทบิ ร่วมทำภารกิจด้วยกัน และก็จะประสบความสำเร็จอย่างสวยงามทุกครั้งที่ร่วมมือกัน

 

        แต่บัดนี้ ริกิ ผู้เป็นพี่ชายได้หนีออกจากหมู่บ้าน บิดาก็เสียชีวิตไปแล้ว โทบิ ผู้เบิกเนตรเผาโลหิตได้ จึงได้ปกครองหมู่บ้านนินจา ควบคุมและสั่งการนินจาทุกหมู่เหล่า

 

        ตอนนี้ สายนินจา ก็ได้รับทราบแล้วว่า พวกซามูไรเกรงกลัวนินจา และต้องการจะร่วมมือกันกำจัดนินจาให้หมดไป หลายหมู่บ้านก็โดนโจมตีด้วยกองซามูไรจำนวนมากแล้ว ตอนนี้โทบิผู้เป็นผู้นำหมู่บ้าน จึงได้ประชุมกันเพื่อหาวิธีต่อสู้ และหลังจากประชุมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ “จู่โจมก่อน”

 

        โทบิ เลือกที่จะจู่โจมพวกซามูไร ก่อนที่จะโดนโจมตีเสียเอง ซึ่งเป้าหมายหลักของโทบิ อยู่ที่ผู้นำแห่งเหล่าซามูไรทั้งมวล นั่นคือ ท่านโชกุน พวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อจะสังหารโชกุนให้ได

 

        โทบิ แม้จะเป็นถึงผู้นำหมู่บ้าน แต่ลึกๆ กลับมีนิสัยใจร้อน วู่วามเล็กน้อย บ่อยครั้งที่ริกิที่ใจเย็นกว่ามาก ต้องคอยตักเตือน และด้วยความใจร้อนของโทบิ เขาจึงตัดสินใจลอบสังหารโชกุนด้วยตัวของเขาเอง

 

        ในคืนดึกสงัดคืนนึง โทบิจึงลอบไปที่ปราสาทโชกุน แต่ก่อนที่จะเข้าไปภายในปราสาทของโชกุน ก็พบเห็นบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เห็นชายผู้นึงมองไปที่ดวงจันทร์ด้วยความเครียดและกังวล ครั้นโทบิได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้น ความทรงจำเก่าๆของเขา ก็พรั่งพรูออกมาจากสมองโดยมิอาจจะห้ามได้

 

        เขาเจอริกิที่กำลังนั่งมองจันทร์ด้วยความกังวล

 

        เขาลืมสิ้นว่าต้องลอบสังหารโชกุน เขาเข้าไปหาพี่ชายที่หายหน้าไปด้วยความโกรธแค้น

 

        “พี่ท่าน ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมพี่ถึงทิ้งข้าและท่านพ่อไป”

 

        ริกิ แม้กำลังนั่งเหม่อ แต่เมื่อได้ยินเสียงนี้ เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของน้องชายฝาแฝดของเขาเอง แม้ตกใจกับการมาของน้องชายฝาแฝด แต่ก็ได้ยินคำถามที่ถามออกมา จึงตอบออกไปว่า

 

        “น้องเรา ข้ามิได้ต้องการทิ้งพวกเจ้าไปหรอก แต่ข้าต้องการอิสระเพียงเท่านั้นเอง”

 

        โทบิที่ได้ยินก็ย้อนคำถามเดิม

 

        “แล้วเหตุใด พี่ถึงมาอยู่ที่นี่กันเล่า พี่เป็นนินจานะ ทำไมพี่มาอยู่ในเขตปราสาทของโชกุนกันเล่า”

        “ข้า........ ข้าแต่งงานกับลูกสาวของโชกุน”

        “พี่ท่านลืมความเป็นนินจาสิ้นแล้วหรือ ถึงได้ทำเช่นนี้ได้”

        “ข้ามิได้ลืมแม้สักขณะจิตเดียว แต่.......”

        “แต่ท่านรักลูกสาวของโชกุนสินะ”

        “ใช่”

        “ข้าผิดหวังในตัวพี่ท่านจริงๆ”

        “เดี๋ยวสิน้องเรา อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปได้มั้ย ขอข้าคุยกับเจ้าหน่อยเถิด แต่ที่นี่คงไม่สะดวก พรุ่งนี้ตอนพลบค่ำ เจ้าไปที่โรงเตี๊ยมกลางเมือง ข้าจะไปรอเจ้าที่นั่น”

        “ฮึ...“

 

        แล้วโทบิก็กระโดดหายไปในความมืด นามิที่เงี่ยหูแอบฟังอยู่ก็เอนตัวลงนอน

 

        ในวันรุ่งขึ้น ตอนพลบค่ำ ริกิก็ไปที่โรงเตี๊ยมกลางเมืองตามที่นัดไว้ พบโทบินั่งดื่มสุราอยู่ จึงเข้าไปนั่งและคุยกัน โทบิก็เล่าเหตุการณ์ในหมู่บ้านตอนที่ริกิไม่อยู่ให้ฟัง ริกิก็เล่าเรื่องที่ตนพบเจอมาให้ฟัง ทั้งคู่นั่งคุยกันเหมือนกับพี่น้องที่มิได้พบหน้ากันมานาน...

 

        ทันใดนั้น ซามูไรกลุ่มใหญ่มากก็ได้ล้อมโรงเตี๊ยมนี้ไว้ ริกิกับโทบิหันหาทางหนี แต่กลับไม่มี สักพัก โชกุนและนามิ ก็เดินเข้ามา โชกุนเอ่ยว่า

 

        “ข้าผิดหวังจริงๆที่ยกลูกสาวให้เจ้า เจ้าหักหลังเราได้”

 

        ในหูของริกิ ไม่ได้ยินคำพูดของโชกุนแม้แต่น้อย แต่จ้องไปที่หน้าของนามิ เขารู้ดีว่า เรื่องการพบกับโทบิ ถ้าจะมีคนรู้ ก็คงเป็นนามิเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งเสียใจ ทั้งที่ไม่ต้องการให้เรื่องการฆ่าฟันระหว่างซามูไรและนินจาเกิดขึ้นเลย ทั้งที่เขาพยายามจะหยุดมัน แต่กลับพังครืนตั้งแต่ยังมิได้เริ่มต้น เขาผิดหวังใจตัวนามิมาก นามิเองก็รู้ดี จนมิกล้าที่จะสบตาริกิแม้แต่น้อย แล้วริกิก็พูดว่า

 

        “นี่หรือ ภรรยาของเรา นี่คือสิ่งที่เจ้าเลือกสินะ”

 

        แม้เป็นคำพูดสั้นๆ แต่ก็กระแทกใจนามิได้เพียงพอ นามิร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสาย แล้วก็วิ่งออกไป

 

        ทางด้านโทบิ ไม่คิดจะทนกับเหตุการณ์นี้อีกแล้ว

 

        “งั้นเจ้าจะได้เห็น เนตรเผาโลหิต!!!

 

        สิ้นเสียง นัยน์ตาขวาของโทบิมีเส้นเลือดแดงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ โทบิพยายามจะมองโชกุน แต่โชกุนถูกซามูไรที่อยู่รอบๆ ลากให้ออกห่าง แต่ซามูไรที่ถูกโทบิเพ่งด้วยเนตรนั้น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ดั่งมีใครนำตัวไปต้มในกระทะทองแดง ร้อนยิ่งกว่าไฟนรกขุมใดๆ สักพัก เลือดก็พุ่งออกจากรูขุมขนด้วยแรงดันอันมหาศาล เลือดพุ่งออกจากนัยน์ตาและรูจมูก ทุกรูขุมขน ซามูไรผู้นั้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ก่อนที่หน้าอกจะระเบิดด้วยแรงดันเลือด ขาดใจตายในทันที

 

        “จัดการ!!!” ซามูไรตะโกนลั่น

 

        โทบิและริกิ ต่างใช้ดาบนินจาฟาดฟันกับซามูไรที่มากันจำนวนมากนัก แต่ด้วยเพลงดาบมังกรคลั่งของโทบิ และเพลงดาบเงาวายุของริกิ ก็สามารถสังหารซามูไรได้เป็นจำนวนมาก แต่ ภายนอกโรงเตี๊ยม กลับมีพลธนูจำนวนมากยิงธนูเข้าใส่ทางหน้าต่างดั่งห่าฝน

 

        สุดจะเอื้อมตัวหลบ โทบิโดนธนูเข้าที่ไหล่ขวา เลือดอาบแขน กระนั้นก็ยังสู้อย่างสุดกำลังด้วยดาบและเนตรเผาโลหิต

 

        แต่จู่ๆ ซามูไรที่ซ่อนอยู่ภายในร้าน ได้ยิงธนูใส่ริกิจากทางด้านหลัง โทบิผู้น้องเห็นเช่นนั้น จึงเอาตัวเข้าไปรับธนูแทนพี่ชาย ธนูปักเข้ากลางอก เจ็บอย่างสาหัส

 

        ริกิเห็นน้องชายตนรับธนูแทน ด้วยความโกรธแค้น แต่พยายามทำใจให้นิ่งที่สุด ค้นดูที่ผ้าพันชายเอวของโทบิ ค้นหาสิ่งที่นินจาควรจะมี

 

        ระเบิดควัน

 

        ริกิดึงเชือกสลักและซัดระเบิดควันสี่ลูกกระจายทั่วโรงเตี๊ยม แต่ระเบิดควันที่โทบิพกนั้น มิใช่ระเบิดควันธรรมดา มันเป็นควันของดอกไม้พิษ  ระเบิดควันประจำตระกูล ผู้ที่โดนควันนั้นไปจะตัวชาแข็งไปทั้งร่างกาย แต่นินจาผู้ที่ใช้ระเบิดควันก็มีโอกาสโดนควันพิษนี่เช่นกัน ดังนั้น โทบิจึงมิได้ใช้ระเบิดควันนี้บ่อยนัก แต่ริกิกลับเลือกจะใช้มัน เพราะริกิสามารถใช้คมดาบเงาวายุผ่าลมเบื้องหน้าเพื่อให้พิษสลายไปได้

 

        เมื่อซามูไรทั้งหลายสูดควันระเบิดพิษเข้าไป ต่างก็ตัวชา ที่อ่อนแอหน่อยก็ถึงขั้นสลบไป และควันยังสามารถอำพรางร่างริกิกับโทบิได้เป็นอย่างดี

 

        ริกิอุ้มโทบิขึ้นไปทางหลังคา ใช้คมดาบเงาวายุฟันทุกอย่างเบื้องหน้า แม้แต่ลมแห่งควันพิษยังต้องสลาย หลังคาพังเป็นรู ริกิอุ้มโทบิไว้ และพาไปทางป่าทึบที่ไม่ไกลจากโรงเตี้ยมนั้นมากนัก

 

        “น้องเรา เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร ข้าจะเอาธนูออกให้เจ้า”

 

        “ไม่ต้องหรอกพี่ท่าน ข้าคงไม่รอดแล้ว ข้าขอฝากหมู่บ้านนินจาด้วยนะ อย่าทอดทิ้งวิถีนินจาอีกเลย แต่ว่าตอนนี้ข้าทรมานเหลือเกิน...”

 

        โทบิดิ้นอย่างทุรนทุรายจากพิษแผลจากธนูกลางอก

 

        ด้วยความเสียใจ ริกิจึงเอ่ยออกไปว่า

 

        “โทบิ เจ้าต้องตายเพราะพี่แท้ๆ ข้าเป็นคนฆ่าเจ้าแท้ๆ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง”

 

        ทันใดนั้น นัยน์ตาซ้ายของริกิ กลับเห็นเส้นเลือดดำอย่างชัดเจน และนัยน์ตาของริกิเริ่มเป็นสีดำ ริกิที่ยังมองน้องชายอยู่ไม่รู้ตัวเลยว่านัยน์ตาตัวเองเปลี่ยนไป แต่โทบิ หลังจากที่ถูกเนตรของพี่ชายจ้องมอง กลับรู้สึกว่าร่างกายนิ่ง สงบ เลือดในกายหยุดไหล ทุกอย่างนิ่งไปหมด ไม่เจ็บ ไม่ทรมาน......

 

        สุดท้าย โทบิก็ตายอย่างสงบ ภายใต้อ้อมแขนของริกิผู้เป็นพี่ชาย

 

        และริกิ ก็รู้ภายหลังว่า ตัวเองนั้น ได้เบิกเนตร “หยุดวารี” ได้สำเร็จแล้ว....

 

        ไปทางด้านนามิ หลังจากที่ต้องหักหลังสามีตัวเอง ได้แต่รู้สึกผิดและร้องไห้ ตอนนี้ก็มิอาจทราบได้ว่าสามีเป็นตายร้ายดีอย่างไร หวนนึกถึงเมื่อก่อน ริกิไม่เคยทำอะไรไม่ดีแก่นามิเลยแม้สักครั้ง ริกิดูแลนามิเป็นอย่างดี ยิ่งคิด ยิ่งทำให้รู้สึกผิดยิ่งขึ้น ยิ่งรู้สึกผิด ความรู้สึกผิดทั้งหมดก็กลั่นแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตา น้ำตานามิไหลดังสายเลือด มิอาจจะเอื้อนเอ่ยความรู้สึกผิดนี้ให้ใครฟังได้ เพราะทุกคนต่างเห็นว่านี่คือความถูกต้อง แต่นางเองต้องเจ็บปวดใจกับความถูกต้องนี้ยิ่งนัก นางย้อนคิดถึงสวรรค์ ทำไมสวรรค์ต้องทำร้ายนางเช่นนี้ หากให้นางเจอสามีที่ดี ทำไมไม่ให้สามีนางเป็นซามูไร หรือเป็นคนธรรมดาก็ยังดี ขอแค่เป็นสิ่งอื่นที่มิใช่นินจา เราสองคงมิต้องลำบากใจกันเช่นนี้ แม้นางรักสามีนางเท่าไร แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ นางยอมผิดต่อสามีเพื่อบิดา แต่ต้องทนกับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจบสิ้น ทุกอย่างจะต้องทนเจ็บจนกว่าชีวิตนางจะหาไม่ นางคงมิอาจลืมความผิดชั่วชีวิตนี้ได้ เหมือนหนึ่งนางได้สังหารสามีที่เรารักด้วยมือของเราเอง ทำไมเราทำผิดเช่นนี้..... ความรู้สึกผิดมันมากมายเหลือเกิน มิอาจจะระบายออกมาทางดวงตาได้อีกแล้ว.....

 

เมื่อความผิดเกาะกุมหัวใจจนสุดแล้ว นามิจึงตัดสินใจครั้งสุดท้าย

 

        นามิเปลี่ยนเสื้อเป็นสีขาว นั่งคุกเข่าบนเสื่อทาทามิ หยิบมีดสั้นขึ้นมา คว้านไปบนท้องตัวเอง นามิคว้านท้องตัวเองด้วยสีหน้าอันสงบ ในใจนั้นยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไป น้ำตาที่ไหลริน ทุกหยาดหยด มิได้มาจากความเจ็บปวดที่กาย แต่มาจากความเจ็บปวดที่ใจทั้งสิ้น ความเจ็บปวดที่ทำให้สามีต้องลำบาก หรืออาจจะต้องตายด้วยฝีมือของตน ทำให้น้ำตามิอาจจะหยุดไหลได้เลย นามิค่อยๆคว้านมีดเป็นรูป (+) แม้จะข่มใจไม่ให้เจ็บปวด แต่ ความเจ็บปวดทางร่างกาย เลือดที่หลั่งรินจนย้อมเสื่อทาทามิสีขาวให้แดงฉาน ทำให้ลมหายใจของนางรวยรินเต็มที และในลมหายใจสุดท้าย นามิได้ยินเสียงริกิแว่วมาว่า

 

        “เจ้าไม่ผิดหรอก เจ้าเลือกสายเลือด ย่อมถูกต้องกว่าที่เจ้าจะเลือกสายใยรักเรา เพราะข้าเอง ก็ต้องเลือกสายเลือดเช่นกัน เจ้ามิได้ทำผิดไปหรอก ขอให้เจ้าสบายใจเถิด”

 

        นามิเผลอยิ้มออกมาในห้วงเวลาสุดท้าย และสิ้นใจบนเสื่อทาทามินั้นเอง...

 

แน่นอนครับ ทุกคำติชมยังมีค่า "มากๆ" สำหรับผมเสมอ

 

โดยเฉพาะคำติ จะได้ปรับปรุงผลงานนะครับ...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ของเค้าแรงจริง :P

#1 By ร่มไร้อาร์ on 2008-12-16 07:31

...ข้าขอฝากหมูบ้านนินจาด้วยนะ...

หมู่บ้านสะกดผิดอ่ะพี่ open-mounthed smile

#2 By six on 2008-12-16 11:34

กรำเวง....

แก้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ...

#3 By ซับบาธ... on 2008-12-16 13:50

ตามอ่านเรื่อยๆ

#4 By Googigg on 2008-12-16 13:56

โอ ชักดุเดือด!!!!open-mounthed smile

#5 By Johny - Co on 2008-12-16 16:16

โอ้ว

สายเลือดเข้มข้น




#6 By เจน on 2008-12-16 16:38

อ่านจนจบเลย สนุกมาก
นี้ขนาดยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1-2 นะ
สงสัยต้องกลับไปอ่านโดยด่วนซะแล้ว

big smile ส่งยิ้ม เขียนต่อนะจ้า

#7 By NihaoJAA on 2008-12-16 18:34

มีนิยายด้วยเหรอคะ

#8 By eeddy(อี๊ด) on 2008-12-16 23:22

โอ้ นามิ

#9 By ยัยตูดเป็ด on 2008-12-17 12:45

สวัสดีปีใหม่จ้า แวะมาบ้างนะ question

#10 By เคียวน์ on 2008-12-17 19:57