[นิยาย]วิถี นินจา น้ำตา และวงศ์ตระกูล ตอนที่ ๕
posted on 22 Dec 2008 20:16 by subbathตอนนี้เป็นตอนจบแล้วนะครับ...
เนื้อเรื่องสั้นไปหน่อย กำลังอยู่ระหว่างการแต่งเพิ่มนะครับ
ซึ่งคิดว่า จะไปแต่งตอนกลับไปเที่ยวใต้ (ไปเมานั่นเอง)
ซึ่ง ถ้าฉบับปรับปรุงออกมาแล้ว จะนำมาให้ชมอีกนะครับ...
ขอคาราวะด้วยสุราขาว ๓๕ ดีกรี
ซับบาธ...
=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=
ตอนที่ ๕ บทสุดท้ายแห่งนินจา
~~~หลังจากที่สงครามสงบ ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายลง ทุกอย่างดูเหมือนว่านินจานั้นได้สูญสลายไปจากแผ่นดินแล้ว ทุกชีวิตหันมาทำมาค้าขายตามปกติ เสียงระงมของตลาดก็กลับมา แต่ริกิ นินจาคนสุดท้ายนั้นยังอยู่ เขายังไม่ตาย เขาเลือกที่จะปิดตาซ้าย คาดตาซ้ายด้วยหนังสีดำ และเดินทางร่อนเร่ไป ในใจคิดแต่จะฟื้นฟูนินจาให้กลับมาให้จงได้ เขาพยายามหาครอบครัวใหม่ เพื่อสืบทอดวิชานินจา แต่...เขากลับทำไม่ได้ มิใช่เพราะเขาหน้าตาหน้าเกลียดแต่ประการใด แต่เป็นเพราะ ในใจของเขา ยังฝังจำแต่นามิ มิรู้ลืม มิเสื่อมคลายไป นามิยังคงเป็นภรรยาของเขา ภาพนามิร่ายรำกลางแสงจันทร์ยังคงฝังในหัวของเขา เขามิอาจจะหักหลังกับความรู้สึกนั้นได้เลย
ในคืนนี้ อากาศช่างหนาวเหน็บนัก สุราชั้นดีคงจะช่วยได้
ริกิเดินไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง สั่งสุราชั้นดีมาไหนึง ดื่มกินคลายเหงา และแก้อาการหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี
การนั่งฟังข่าวต่างๆในโรงเตี๊ยม ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน ทำให้ได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวต่างของบ้านเมืองด้วย ซึ่ง บทสนทนาในวันนี้ ทุกคนกลับพูดเรื่องเดียวกัน คือ
“ปีศาจอากะอิซึเมะ บุกอาละวาดไล่มาเกือบจะถึงหมู่บ้านนี้แล้ว”
ปีศาจอากะอิซึเมะ...??
ริกิไม่เคยได้ยินชื่อปีศาจตนนี้เลย จริงอยู่ที่เขาเคยปราบปีศาจเช่นกัน ในสมัยที่ยังอยู่ในตระกูลนินจา แต่ ปีศาจชื่อนี้นั้น เขาเองก็มิเคยได้ยินชื่อเลย...
ริกิสงสัยยิ่งนัก แต่เลือกที่จะไม่ถามดีกว่า เพราะถามไป ก็คงไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา เขาเลือกที่จะพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เพื่อพักผ่อนเอาแรงในคืนที่หนาวเหน็บ เก็บแรงไว้เดินทางต่อในวันพรุ่ง....
หลังจากที่หลับตาเตรียมจะนอนได้ไม่นาน จมูกของริกิกลับได้กลิ่นไฟไหม้ และกลิ่นคาวเลือดอย่างชัดเจน สิ่งแรกที่เขานึกถึง คือ อากะอิซึเมะ เขารีบวิ่งลงมาจากโรงเตี๊ยม คว้าดาบลงมาด้วย เห็นโรงเตี๊ยมไฟไหม้อยู่ ผู้คนล้มเต็มไปหมด วิ่งออกไปข้างนอก พบบ้านหลายหลังก็โดนไฟไหม้เช่นกัน เสียงเด็กและผู้หญิงร้องระงม เสียงผู้ชายโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ริกิรีบพุ่งไปตามเสียงนั้น สิ่งที่ริกิเห็น คล้ายๆคน ใส่หน้ากากหนังหมูป่า ใส่เสื้อหนังหมีขาว มีกรงเล็บในมือขวาที่แดงฉานไปด้วยเลือด มีเท้าอันใหญ่โต ส่วนที่โผล่ออกจากเสื้อผ้าหนังสัตว์กลับเป็นสีเขียว เมื่อมันหันหน้ามา มิอาจมองเห็นหน้าที่แท้จริงได้ เห็นแต่ตาแดงฉาน ลุกวาวเป็นประกายคล้ายลูกไฟอยู่ในตาของมัน
ริกิสบตากับอากะอิซึเมะ รู้สึกเหมือนเลือดในตัวร้อนพุ่งพล่าน รู้สึกร้อนเกินบรรยาย ทรมานเหมือนเลือดจะพุ่งออกจากทุกรูขุมขนให้จงได้ เขาย้อนนึกถึงวิชานึงที่เขาเคยเห็น
“เนตรเผาโลหิต...!!!”
เจ้าปีศาจตนนี้มีวิชาเนตรเผาโลหิตได้อย่างไร รึว่า แท้จริงแล้ว วิชานินจาของเรา เป็นวิชาของปีศาจ...??
ริกิดึงหนังที่คาดที่ตาซ้ายออก เผยเนตรหยุดวารีออกมา พยายามควบคุมสมาธิเพื่อลดพลังความร้อนในตัว ควบคุมโลหิตในตัวมิให้พุ่งพล่านออกมา และใช้เนตรหยุดวารีใส่เจ้าปีศาจนั่น
แต่ไฉลเลย ปีศาจกลับไม่สะทกสะท้าน เดินเข้ามาหาริกิอย่างนิ่งสงบ ใช้กรงเล็บของมันข่วนกระชาก หมายตัดคอในทีเดียว แต่ริกิพยายามเบี่ยงตัวหลบ แม้จะต้องใช้สมาธิมากมายในการควบคุมโลหิตตัวเองมิให้พุ่งพล่าน และควบคุมเนตรหยุดวารีให้พลังไปบังคับแก่เจ้าปีศาจอากะอิซึเมะ แต่ก็ยังเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บได้ แม้จะไม่สามารถหลบพ้น แต่ก็โดนแค่ถากๆ
ริกิทราบแล้วว่า เนตรหยุดวารี มิอาจจะใช้กับปีศาจตนนี้ได้ จึงหยุดสมาธิที่ตาซ้าย ปิดตาซ้ายลง และหันไปควบคุมพลังในตัวเอง ต้านทานเนตรเผาโลหิต และรวบรวมพลังเพื่อใช้เพลงดาบที่ตนถนัดที่สุด เพลงดาบเงาวายุ
ริกิพยายามเร่งความเร็วเพื่อใช้คมดาบเงาวายุเชือดเฉือนปีศาจ แต่ เนื่องจากต้องคุมสมาธิเพื่อไม่ให้เนตรเผาโลหิตดันโลหิตในกายให้แตกซ่าน จึงทำให้เพลงดาบเงาวายุลดทอนลงทั้งพลังและความเร็ว ปีศาจอากะอิซึเมะสามารถทำลายได้โดยไม่ยากเย็น กรงเล็บของมันข่วนโดนเต็มหน้าอกของริกิ หนังหลุดออกไป เลือดไหลเป็นสาย ความเจ็บมิเท่าความแค้น แค้นที่วิชานินจาของเรา มิอาจจะทำอะไรมันได้เลยงั้นหรือ...??
“พี่ท่าน ไฉนเลยพี่ถึงท้อแท้เช่นนี้ พี่ลืมไปแล้วหรือ หากภาระกิจอันใดที่ยากเย็น พี่ท่านยังมีเรา”
เสียงโทบิดังลั่นในโสตประสาท เรียกความกล้าหาญและกำลังใจกลับมาให้ริกิอีกครั้ง ริกิหวนคิดถึงน้องชาย โทบิ คิดถึงวันก่อนๆ คิดถึงวันที่เราร่วมทำงานด้วยกัน
หากเราสามัคคีกัน ไม่เคยผิดพลาดหรอก....
คิดแล้วก็ทำให้เข้าใจว่า เหตุใด เนตรหยุดวารีมิอาจจะมีผลกับมัน เพราะมันเองมีวิชาเนตรเผาโลหิต วิชาเนตรสายตรงข้าม สามารถควบคุมพลังในการต่อต้านเนตรของเราได้อยู่แล้ว
ในวิชาเนตร แท้จริงแล้ว เนตรเผาโลหิต เป็นวิชาแห่งไฟ เป็นวิชาแห่งแรงดันและการเคลื่อนที่ แต่วิชาเนตรหยุดวารี เป็นวิชาสายน้ำ เป็นวิชาว่าด้วยความเย็นและการหยุดนิ่ง
วิชาทั้งสองต่างหักล้างกันได้ แต่เนื่องจาก มันเป็นปีศาจ ทำให้มีพลังที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากนัก จึงทำให้มิอาจจะต้านทานมันได้....
แต่...ริกิก็นึกถึงคำเดิมอีกครั้ง
หากเราสามัคคีกัน ไม่เคยผิดพลาดหรอก...
ริกินึกถึงน้องชาย นึกถึงน้องชายฝาแฝดที่เคยอยู่ร่วมกัน เคยฝึกปรือฝีมือด้วยกัน เคยกินข้าวหม้อเดียวกัน เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกัน
ฉับพลัน นัยน์ตาขวาของริกิ กลับมีสีแดงฉาน โลหิตแดงไปหล่อเลี้ยงนัยน์ตาเป็นจำนวนมาก ริกิรู้ตัวดี ว่าเราพี่น้อง มิได้จากกันไปไหน แต่เป็นนัยน์ตาให้กันและกัน คอยมองโลกใบนี้ด้วยกัน แต่เขามิเคยรู้ตัวเลย
ริกิดึงสมาธิออกจากร่างกาย ไม่ต้านทานเนตรเผาโลหิตของปีศาจอากะอิซึเมะอีกต่อไป ทุ่มสมาธิให้กับเนตรซ้ายขวา เนตรเผาโลหิตและเนตรหยุดวารี
วิชาแห่งไฟและวิชาแห่งน้ำกลับกลมกลืนประสานกัน ไม่หักล้าง ไม่ซ้อนทับ ไม่สลายไป แต่กลับหลอมรวมแยกชั้นกันภายในตัวปีศาจอากะอิซึเมะ ชั้นนึงเป็นไฟ ชั้นนึงเป็นน้ำ กลายเป็นชั้นๆซ้อนกันไปไม่รู้จบ กล้ามเนื้อส่วนนึงมีแรงดันมหาศาล แต่ส่วนที่ติดกันกลับนิ่งสนิทไร้แรงใดๆ กลายเป็นพลังที่ขัดกันในตัวของปีศาจ
“เนตรขัดสลาย”
วิชาเนตรที่รวมกันของเนตรสายที่ขัดกัน เพื่อสร้างธาตุที่ขัดแย้งในตัวศัตรู ศัตรูมิอาจจะเกร็งพลังเพื่อต้านทานได้ และสุดท้ายกล้ามเนื้อที่มีธาตุต่างกันจะมิอาจทานทนกันเองได้ ขัดกัน และสลายตัวไป
ตอนนี้ทั่วร่างปีศาจอากะอิซึเมะ มีทั้งธาตุไฟและธาตุน้ำ ขัดกันอย่างรุนแรง ส่วนนึงพุ่งพล่าน อีกส่วนไร้แรงจะขยับ สร้างความทรมานแก่เจ้าปีศาจเป็นอันมาก แม้พยายามจะตั้งสมาธิต้านทาน แต่กลับทำให้ธาตุขัดกันรุนแรงขึ้น เมื่อขัดกันรุนแรงจนกล้ามเนื้อทนไม่ได้ จึงฉีกขาดเป็นริ้วๆ ร่างทั้งร่างระเบิดสลายกลายเป็นเศษเลือดภายในพริบตา......
ริกิสามารถโค่นปีศาจอากะอิซึเมะลงได้ แต่พลังของเนตรเผาโลหิตในตัวยังมิได้ลดทอน ประกอบกับโดนข่วนเข้ากลางหน้าอก มิอาจควบคุมเลือดได้อีกต่อไป...
ริกิหวนคิดคำนึงว่า “พวกเราเป็นนินจากันทำไม?”
ก่อนหน้านั้น ริกิตอบไม่ได้ จึงได้พยายามหนีออกจากความเป็นนินจา
แต่วันนี้ ริกิตอบได้แล้ว
“เราเป็นนินจา เพื่อปกป้องผู้อ่อนแอ ทำลายกลียุค มิใช่หรือ?”
แล้วการดำรงอยู่ของเรา สำคัญขนาดไหนกัน?
แม้วิชานินจาจะต้องดับสูญไปในกายเรา แต่นั้นสำคัญกระไร หากยังมีใครสักคน ที่พร้อมจะปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า พร้อมจะพลีชีพเพื่อใครซักคน พร้อมจะต่อสู้เพื่อมนุษย์คนอื่น แค่นี้ วิชานินจาก็ไม่สำคัญอีกแล้ว
วิชานินจา เป็นเพียงเครื่องมือ ที่ช่วยให้เราสามารถปกป้องคนที่เรารักได้ดีขึ้น ก็เท่านั้น
แต่วิชานินจาสำหรับเราตอนนี้ กลับทำให้คนที่รักต้องฆ่าตัวตาย น้องชายและวงศ์ตระกูลต้องโดนฆ่าล้าง มันคงเดินมาผิดทางจริงๆ...
ขอเพียงใครสักคน ใครก็ได้ ปกป้องลูกหลานแห่งมวลมนุษย์ไว้.....ก็พอ
นามิ....ข้าจะไปหาเจ้าแล้ว.......
แน่นอนครับ ตอนจบละ ยังรับคำติชมทุกคำเช่นเดิม...
(โดยเฉพาะเรื่องฟอนด์ ขอคำแนะนำหน่อยคร้าบบบ!!! ( - /\ -) )
=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=
ขอขอบคุณ
- พี่วิชัย ที่ให้คำแนะนำเรื่อยๆ รวมถึงแนะนำหนังสือให้เก็บประสบการณ์
- พี่นานะ ณ หมีโหด ที่อ่านและคอมเม้นนิยายนี้
- น้องซิกส์ ที่อินกะมันมากทีเดียว
- แก๊งหม้อๆเรนเจอร์ รับรองว่า ตอนเพิ่มเรื่อง เดี๋ยวมีบทให้ รอไปก่อน
- ยัยพอใจ กลับมาจากไปเที่ยวด้วยกันเนี่ย เลยคิดพล็อตนิยายออก แปลกดีมะ...??
- ทุกๆท่านที่อ่านและติชมนะคร้าบบบบ !!!!
=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=

















•~กุ๊ดจี่ Can Fly~•
มีการตัดวรรคตอนดีขึ้นด้วย ไม่เขียนติดกันเป็นพรืดเป็นเอนทรี่แล้วๆ
พัฒนาต่อไปน้อง!!!
#1 By มนุษย์ที่ขี้บ่อยใน 3 โลก on 2008-12-22 20:34